← โฮซันน่า 2499บทความทั้งหมด

วางแผนธุรกิจออนไลน์ให้โตแบบมีกำไร: 8 เรื่องที่ต้องเชื่อมกันให้ได้

หลายธุรกิจเพิ่มงบโฆษณาแล้วยอดขายขึ้นจริง แต่สิ้นเดือนกลับไม่มีกำไรเหลือ ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่โฆษณาอย่างเดียว แต่อยู่ที่สินค้า กลุ่มลูกค้า ราคา ช่องทาง งบการตลาด และทีมงาน ไม่ได้ถูกวางแผนให้สัมพันธ์กัน บทความนี้สรุปกรอบคิดที่พี่หนึ่งใช้สอนและให้คำปรึกษาเจ้าของธุรกิจ ให้คุณนำไปตรวจธุรกิจของตัวเองได้ทันที

1. เริ่มจากสินค้าและความต้องการของลูกค้า

ก่อนคิดเรื่องยิงแอด ให้ตอบให้ได้ว่า สินค้าของเราแก้ปัญหาอะไร ให้ใคร และทำไมเขาต้องซื้อจากเรา ไม่ใช่จากคู่แข่ง ถ้ายังตอบไม่ชัด ทุกบาทที่ใส่ในโฆษณาจะแพงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะข้อความโฆษณาไม่โดนใจคนที่ใช่

2. เลือกกลุ่มเป้าหมายให้ชัด (STP)

ใช้หลัก STP คือ แบ่งกลุ่ม (Segmentation) เลือกกลุ่ม (Targeting) และ วางตำแหน่ง (Positioning) ธุรกิจที่พยายามขายให้ทุกคน มักจบที่ข้อความกลาง ๆ และต้องแข่งด้วยราคา ให้เลือกกลุ่มที่เรามีข้อได้เปรียบที่สุดก่อน แล้วค่อยขยาย

3. เลือกโมเดลการขาย: ปลีก ส่ง หรือตัวแทน

โมเดลการขายกำหนดมาร์จิ้น วิธีหาลูกค้า และทีมที่ต้องมี

โมเดลจุดเด่นสิ่งที่ต้องระวัง
ขายปลีกออนไลน์มาร์จิ้นต่อชิ้นสูง ควบคุมราคาได้ต้องจ่ายค่าหาลูกค้าทุกออเดอร์ ต้องมีทีมตอบแชทและแพ็กของ
ขายส่งยอดต่อออเดอร์สูง ลูกค้าซื้อซ้ำเป็นรอบมาร์จิ้นบาง ต้องบริหารเครดิตและสต็อก
ตัวแทนจำหน่ายขยายเร็วโดยไม่ต้องจ้างทีมขายเองต้องคุมราคาและภาพลักษณ์ ต้องมีระบบดูแลตัวแทน

4. ตั้งราคาจากต้นทุนจริง

ต้นทุนจริงไม่ได้มีแค่ต้นทุนสินค้า ให้รวมทุกอย่างที่จ่ายต่อหนึ่งออเดอร์

5. คำนวณจุดคุ้มทุนค่าโฆษณาก่อนเพิ่มงบ

ตัวเลขที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้ก่อนเพิ่มงบ คือ ค่าโฆษณาสูงสุดที่จ่ายได้ต่อหนึ่งออเดอร์ และ ROAS คุ้มทุน

สูตร

  • กำไรก่อนค่าโฆษณาต่อออเดอร์ = ราคาขาย − ต้นทุนสินค้า − ค่าธรรมเนียม − ค่าส่งและแพ็ก − ค่าคอม
  • ROAS คุ้มทุน = ราคาขาย ÷ กำไรก่อนค่าโฆษณาต่อออเดอร์
  • ถ้าต้องการกำไรเหลือ ให้หักกำไรที่ต้องการออกก่อน แล้วค่อยหาร

ตัวอย่างสมมติ: ขายสินค้าราคา 990 บาท ต้นทุนสินค้า 300 บาท ค่าธรรมเนียมรวมประมาณ 20% (198 บาท) ค่าส่งและแพ็ก 50 บาท

ลองใส่ตัวเลขของคุณเองได้ใน เครื่องคำนวณกำไรและ Media ROI ฟรี บนหน้าแรก

6. แบ่งงบลูกค้าใหม่กับลูกค้าที่เคยเห็นเรา

งบโฆษณาควรแบ่งอย่างน้อยเป็นสองส่วน คือหาลูกค้าใหม่ กับยิงซ้ำคนที่เคยเข้ามาดูหรือทักแชท (Retargeting) แล้ววัดผลเป็นขั้น ๆ ตามเส้นทางลูกค้า (Funnel)

เมื่อรู้ว่าขั้นไหนรั่ว จะแก้ถูกจุด เช่น CTR ต่ำให้แก้ครีเอทีฟ แต่ถ้าทักเยอะแต่ปิดไม่ได้ ให้แก้ที่ทีมแอดมิน ราคา หรือข้อเสนอ

7. ทีม ออเดอร์ สต็อก และขนส่งต้องรองรับ

ยอดขายที่โตเร็วกว่าทีมรองรับ มักกลายเป็นลูกค้าไม่พอใจและรีวิวเสีย ก่อนเพิ่มงบให้ตรวจ

8. วางแผนให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ

ค่าหาลูกค้าใหม่มีแนวโน้มแพงขึ้นทุกปี ธุรกิจที่โตอย่างยั่งยืนจึงต้องมีแผนดูแลลูกค้าเก่า ทั้งการเก็บข้อมูลลูกค้า การติดตามหลังการขาย และข้อเสนอสำหรับการซื้อครั้งต่อไป อ่านต่อใน วางระบบ CRM และทีมคอลเซ็นเตอร์

เช็กลิสต์ก่อนเพิ่มงบโฆษณา

  • รู้กำไรก่อนค่าโฆษณาต่อออเดอร์ และ ROAS คุ้มทุนของสินค้าหลัก
  • รู้ว่า Funnel รั่วที่ขั้นไหน
  • ทีมแอดมินและสต็อกรองรับยอดที่จะเพิ่มขึ้นได้
  • มีแผนติดตามลูกค้าที่ซื้อไปแล้ว

ตัวเลขในบทความเป็นตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่ผลลัพธ์ของลูกค้ารายใด ค่าธรรมเนียมจริงของแต่ละแพลตฟอร์มเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบจากประกาศล่าสุดของแพลตฟอร์ม

คำถามที่พบบ่อย

ROAS คุ้มทุนคืออะไร

คือยอดขายต่อค่าโฆษณา 1 บาทที่ทำให้ไม่ขาดทุน คำนวณจาก ราคาขาย ÷ กำไรก่อนค่าโฆษณาต่อออเดอร์ ถ้า ROAS จริงต่ำกว่านี้ แปลว่ายิ่งขายยิ่งขาดทุน

ควรเพิ่มงบโฆษณาเมื่อไร

เมื่อ ROAS จริงสูงกว่า ROAS เป้าหมายที่รวมกำไรแล้วอย่างต่อเนื่อง และทีมแอดมิน สต็อก และขนส่งรองรับยอดที่จะเพิ่มขึ้นได้

ธุรกิจเล็กต้องวางแผนละเอียดขนาดนี้ไหม

ยิ่งงบน้อยยิ่งควรรู้ตัวเลขจุดคุ้มทุน เพราะพลาดแต่ละครั้งกระทบเงินทุนมาก เริ่มจากสินค้าหลัก 1–3 ตัวก่อนได้

สกฤต สิงหพิทักษ์วงศ์
สกฤต สิงหพิทักษ์วงศ์ (พี่หนึ่ง)

ผู้ก่อตั้งบริษัท โฮซันน่า 2499 จำกัด อดีต Product Manager ที่ SIS Distribution และ Sales ที่ IBM Thailand ทำธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ 2015–2025 และให้คำปรึกษาธุรกิจออนไลน์มาแล้วมากกว่า 200 ธุรกิจ

ปรึกษาพี่หนึ่งทาง LINEประวัติพี่หนึ่ง